การออกแบบประเภทต่างๆ

 ย้อนกลับ

การออกแบบสิ่งพิมพ์
          สิ่งพิมพ์ในที่นี้ หมายถึง ใบปลิว โปสเตอร์ รวมทั้งหนังสื่อต่าง ๆ เช่น อนุสารวารสาร ตลอดจนสูจิบัตร ฯลฯ
          ระบบการพิมพ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีการพิมพ์ระบบตัวนูน ซึ่งเรียกว่าวิธีพิมพ์เลยเตอร์เพลส (letter press) ถ้าเป็นตัวอักษรจะใช้เรียงตัวต่อกันเป็นบรรทัด ถ้าเป็นภาพจะใช้การกัดกรดบนผิวโลหะให้เป็นภาพที่มีจุดเล็ก ๆ ประกอบกัน วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมใช้กันแล้วอีกวิธีหนึ่งนิยมใช้กันมาก คือ การพิมพ์ระบบออฟเซต (offset printing) แม่พิมพ์เป็นพื้นราบ ตัวอักษรหรือภาพจะเป็นไขอยู่บนพื้นราบ ไขนี้จะรับหมึกและถ่ายทอดผ่านลูกกลิ้งยางมาสู่กระดาษอีกทอดหนึ่ง ก่อนกลิ้งหมึกจะมีลูกกลิ้งน้ำกลิ้งไปบนแม่พิมพ์ น้ำจะกั้นไม่ให้หมึกพิมพ์ติดส่วนพื้นที่ไม่ต้องการพิมพ์
          ในการออกแบบสิ่งพิมพ์ระบบออฟเซต เริ่มต้นด้วยการทำต้นแบบ หรืออาร์ตเวิร์ค (art work) เพื่อใช้ถ่ายทำแม่พิมพ์ (plate) ต้นแบบควรมีความคมชัดทั้งตัวหนังสือและภาพ(ดูภาพ 10.4) ตัวหนังสือนิยมใช้ตัวพิมพ์คอมพิวกราฟิค (compugraphic) เพราะสวยงามกว่าตัวพิมพ์ดีดหรือตัวเรียงพิมพ์ ส่วนภาพจะใช้ภาพถ่ายหรือภาพเขียนก็ได้ การจัดต้นแบบจะนำภาพและตัวหนังสือมาจัดประกอบกันบนกระดาษออกแบบให้สวยงาม เสร็จแล้วนำไปส่งร้านทำแม่พิมพ์ เพื่อถ่ายเป็นฟิล์ม อัดภาพลงบนแผ่นโลหะ และผ่านกรด จึงจะได้เพลทสังกะสีสำหรับใช้พิมพ์ (วิรุณ ตั้งเจริญ. 2527 : 109 – 110)
          การออกแบบสิ่งพิมพ์ ควรออกแบบให้สัมพันธ์กับระบบการพิมพ์ ตัวหนังสือควรสัมพันธ์กับภาพ งานออกแบบควรมีความประณีต ทันสมัย และมีคุณค่าทางความงามด้วย

ภาพ 10.4 ต้นฉบับการออกแบบสิ่งพิมพ์ ประกอบด้วยภาพและตัวอักษรที่คมชัด
(วิรุณ ตั้งเจริญ. 2527 : 109)

การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
          การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หมายถึง การออกแบบสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีทางด้านอุตสาหกรรม ผลิตจำนวนมาก มีทั้งการผลิตสิ่งใหม่หรือปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่เดิมได้ดีขึ้น (ดูภาพ 10.5)

ภาพ 10.5 การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องถ้วยชาม
(pacex mail order catalog. 1975 : I – 16)

          ในการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ควรคำนึงถึงหลักการดังต่อไปนี้ (สาคร คันธโชติ. ม.ป.ป. : 34-35)
          1. หน้าที่ใช้สอย (function) ควรออกแบบให้มีหน้าที่ใช้สอยถูกต้องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
          2. ความปลอดภัย (safety) การออกแบบต้องคำนึงความปลอดภัยของผู้ใช้ เช่น ไม่มีสารพิษที่อาจจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต
          3. ความแข็งแรง (construction) ควรออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีโครงสร้างที่แข็งแรง และคำนึงถึงความประหยัดด้วย
          4. ความสะดวกสบายในการใช้ (ergonomics) ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ควรคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมในการใช้งาน เช่น เก้าอี้ ควรรับกับสัดส่วนของคน นั่งแล้วสบาย
          5. ความสวยงามน่าใช้ (aesthetics or acales appeal) ควรออกแบบให้มีความประณีตงดงาม ซึ่งทำให้น่าใช้ จูงใจให้ซื้อ
          6. ราคาพอสมควร (cost) นักออกแบบควรคำนึงถึงการใช้วัสดุและวิธีการผลิตที่ง่ายและสะดวก ทั้งนี้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีราคาพอควร สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
          7. การซ่อมแซมง่าย (ease of maintenance) ควรออกแบบให้แก้ไขซ่อมแซมได้ง่าย
          8. วัสดุ (materials) ควรใช้วัสดุให้เหมาะสมกับงาน หาซื้อง่าย ราคาเหมาะสมกับชนิดของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
          9. กรรมวิธีการผลิต (production) ควรออกแบบให้ผลิตได้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดวัสดุ ประหยัดค่าแรงและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
          10. การขนส่ง (transportation) นักออกแบบที่ดีควรออกแบบให้มีการขนส่งสะดวก ประหยัด กินเนื้อที่ในการขนส่งน้อย

 ย้อนกลับ