ระบบต่อมไร้ท่อ
ย้อนกลับ

4. ต่อมไทรอยด์ และต่อมพาราไทรอยด์ ( thyroid and parathyroid )
           ต่อมไทรอยด์เกาะอยู่รอบกล่องเสียง ส่วนพาราไทรอยด์ เป็นก้อนขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว มีอยู่ 4 ต่อม ฝังอยู่ด้านหลังของต่อมไทรอยด์ข้างละ 2 ต่อม

           4.1 ต่อมไทรอยด์ ผลิตฮอร์โมน 3 ชนิด คือไทรอกซิน (thyroxin) หรือ T4 กับไตรไอโอโดไทโรนีน (trio thyronine) หรือ T3 ซึ่งมีไอโอดินเป็นองค์ประกอบ ฮอร์โมนชนิดที่สาม คือ แคลซิโทนิน (calcitonin)
           T3 และ T4 ทำหน้าที่กระตุ้นเมแทบอลิซึมของเซลล์ร่างกายในระยะวัยรุ่น ไทรอกซิน จะร่วมกับโกรทฮอร์โมนในการควบคุมการเจริญเติบโต แต่ในวัยผู้ใหญ่จะทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายและปฏิกิริยาความเครียด การหลั่งของไทรอกซินถูกกระตุ้นโดย TSH จากใต้สมองพูหน้าและต่อมใต้สมองพูหน้าถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนจากไฮโพทาลามัสอีก ปริมาณของ TSH ที่หลั่งจากต่อมใต้สมองพูหน้าจะถูกควบคุมโดยปริมาณไทรอกซินในเลือด หากมีไทรอกซินในเลือดสูงจะยับยั้งการหลั่ง TSH ดังนั้นจึงเป็นการควบคุมโดยกลไกป้อนกลับ ดังรูปที่ 8.9

รูปที่ 8.9 กระบวนการป้อนกลับเกี่ยวกับการทำงานของต่อมไทรอยด์
(ที่มา : Audesirk and Audesirk. 1989 : 519)

           ภายในต่อมไทรอยด์ประกอบด้วยฟอลลิเคิลขนาดต่างๆ จำนวนมาก กลุ่มเซลล์ ของไทรอยด์ฟอลลิเคิลที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน T3 และ T4 ส่วนบริเวณที่อยู่ระหว่าง ฟอลลิเคิล เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และซีเซลล์ (C-Cell) ทำหน้าที่ผลิตแคลซิโทนิน ดังรูปที่ 8.10

รูปที่ 8.10 โครงสร้างของเนื้อเยื่อผลิตฮอร์โมนของต่อไทรอยด์
(ที่มา : วิสุทธิ์  ใบไม้และคนอื่นๆ . 2530 : 560)

           4.1.1 ฮอร์โมนT3และT4 มีผลคล้ายคลึงกัน คือมีผลต่อเมแทบอลิซึมของร่างกายในขณะเติบโต โดยมีส่วนในการกระตุ้นการเติบโตของร่างกายในช่วงเป็นเด็ก ถ้าขาดฮอร์โมนชนิดนี้จะทำให้ร่างกายไม่เติบโต รูปร่างเตี้ยแคระและยังมีผลห้ามการเจริญของสมองด้วย ดังนั้นเมื่อขาดฮอร์โมนชนิดนี้ในขณะเป็นฟีตัส (fetus) อยู่ในครรภ์มารดาอาจเป็นโรคเตี้ยแคระและปัญญาอ่อน เรียกอาการนี้ว่าครีทิน (cretin) ซึ่งอาจตรวจพบได้ในเมื่อคลอดมาแล้ว 3 เดือน เด็กพวกนี้จะมีอาการใบหน้าลอก เตี้ยแคระ ซึม ไม่กวน ลิ้นยาว หัวใจเต้นช้า ตัวเย็น ฟันงอกช้า กระดูกกระหม่อมปิดช้า เบื่ออาหาร
           ผู้ใหญ่ที่ขาด T3 และ T4 จะมีลักษณะที่เรียกว่า มิกซีดีมา( myxsedema) ต่อมไทรอยด์จะเหี่ยวลีบ อาจเกิดโรคคอพอก มีอาการต่อมไทรอยด์พองใหญ่ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้าง T3 และ T4 ได้เพียงพอเพราะขาดไอโอดีน เรียกว่า โรคเอนดีมิกกอยเตอร์ (endemic goitor)
           อาการของโรคมิกซีดีมาที่สำคัญคือ ใบหน้าลอก เฉื่อยชา อ่อนเพลีย ผิวหนังแห้งเป็นสะเก็ด เส้นผมหยาบแข็ง จำนวนน้อย เล็บหนา หนังหนา เสียงแหบแห้ง หูตึง เบื่ออาหาร หัวใจพองโต เลือดออกจากหัวใจปริมาณน้อย ในหญิงประจำเดือนจะมาไม่แน่นอน
           ในประเทศไทยเฉพาะทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบเด็กที่เกิดจากแม่ขาดไอโอดีน ในระยะตั้งครรภ์ ทำให้เด็กเกิดมาเป็นโรคใบ้ หูหนวกและสติปัญญาต่ำจำนวนมาก
           ถ้าต่อมไทรอยด์หลั่ง T3 และ T4 ออกมามากกว่าปกติจะทำให้ตัวร้อนเนื่องจาก T3 และ T4 มีผลกระตุ้นเมแทบอลิซึมของร่างกายกล้ามเนื้อและประสาทจะทำงานมากกว่าปกติ ทำให้คนไข้มีอาการเนื้อตัวสั่น เหงื่อแตก ตกใจง่ายหัวใจเต้นแรงและเร็วเหนื่อยง่าย คนไข้มักหิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด บางรายมีอาการอ่อนเพลียและนอนไม่หลับ อาการเหล่านี้เป็นอาการของโรคเกรพ (grave’s disease) มักจะเป็นกับผู้มีอายุ 30 ปี ขึ้นไป และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
           โรคเกรพที่มีคอหอยพอกแผ่เป็นบริเวณกว้างเกือบทั่วบริเวณคอแต่ไม่โตมาก เหมือนเอนดีมิกกอยเตอร์ ซึ่งเรียกว่าโรคดิฟฟิวส์ทอกซิกกอยเตอร์ (diffuse toxic goitor ) มีไม่น้อยที่พบอาการตาพองถลนออกมานอกเบ้าตา พวกนี้เห็นภาพไม่ชัดเจน เวลานอนจะหลับตา ไม่สนิท

รูปที่ 8.11 ลักษณะของผู้ขากไทรอกซิน
ก. ลักษณะของผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเอนดีมิกทอยเตอร์
ข. ลักษณะเด็กที่เป็นโรคทรีทิน
(ที่มา : Mader. 1988 : 265)

           4.1.2 ฮอร์โมนแคลซิโทนิน เป็นฮอร์โมนที่ทำงานร่วมกับพาราทอร์โมน (parathormone) จากต่อมพาราไทรอยด์ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือด และในของเหลวอื่นๆ ของร่างกาย (ชัชรินทร์ อังศุภาภร . 2531 : 64) แคลเซียมมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ดังนั้นความเข้มข้นของแคลเซียมในร่างกายต้องรักษาให้อยู่ในช่วงที่แคบ แคลซิโทนินและพาราทอร์โมนควบคุมการดูดซึมและการปล่อยแคลเซียมออกจากกระดูก กระดูกจึงเป็นแหล่งเก็บและแหล่งที่มีแคลเซียมจะถูกสลายออกมาจากกระดูก ในการตอบสนองต่อการที่เลือดมีแคลเซียมต่ำ พาราไทรอยด์และหลั่งพาราทอร์โมนออกมา ซึ่งจะไปกระตุ้นให้สลายแคลเซียมออกมาจากกระดูก กรณีที่เลือดมีแคเซียมในระดับสูง ต่อมไทรอยด์จะหลั่งแคลซิโทนินออกมา เป็นการยับยั้งมิให้มีการสลายแคลเซียมออกมาจากกระดูก

           4.2 ต่อมพาราไทรอยด์ เป็นต่อมที่ผลิตฮอร์โมนชื่อพาราทอร์โมน ซึ่งเป็นสารพวกพอลิเพปไทด์ ทำหน้าที่ควบคุมเมแทบอลิซึม ของแคลเซียมและฟอสฟอรัสและยังช่วยทำลายพิษของกัวนิดีน (guanidine) ซึ่งเกิดจากเมแทบอลิซึม ของโปรตีน เพราะถ้าร่างกายสะสมกัวนิดีนไว้มากๆ จะเป็นพิษ
           ถ้ามีการหลั่งพาราทอร์โมนออกมาน้อยกว่าปกติ จะทำให้ระดับของแคลเซียมและเนื้อเยื่อลดต่ำลง ดังนั้นเมื่อมีบาดแผลจะทำให้เลือดไหลไม่หยุดและยังทำให้ระดับฟอสเฟตในเลือดสูง ดังนั้นถ้ามีการหลั่งพาราทอร์โมนลดลงมามากๆ จะมีผลทำให้กล้ามเนื้อและประสาทเกิดความรู้สึกไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ ทำให้เกิดการเกร็ง และชักกระตุกปอดไม่สามารถทำงานได้จึงอาจถึงตายในที่สุด
           หากมีการหลั่งพาราทอร์โมนมากเกินไป จะไปกระตุ้นให้มีการละลายแคลเซียมและฟอสเฟตออกจากกระดูกและฟัน เข้าสู่กระแสเลือดได้มากกว่าปกติ ทำให้เลือดมีฟอสเฟตต่ำแต่แคลเซียมสูง จึงทำให้กระดูกเปราะและบาง หักงอได้ ฟันผุและหักง่าย กล้ามเนื้อลีบและอ่อนเปลี้ย อาจเกิดจากการสะสมแคลเซียมที่ไตเกิดโรคนิ่วในไตได้ ( ชัชรินทร์ อังศุภาภร . 2531 : 65 )

รูปที่ 8.12 ลักษณะของต่อมพาราไทรอยด์ที่เห็นได้โดยกล้องจุลทรรศน์
(ที่มา : สุวรรณา  หังสพฤกษ์และคนอื่นๆ. 2534 : 934)

ย้อนกลับ