สถานที่ท่องเที่ยว
 
 สถานที่ท่องเที่ยว

วัดเขาสุกิม ตั้งอยู่ในเขตกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ เป็นวัดที่มีความสวยงามมากวัดหนึ่ง เป็นธรรมยุทธที่เคร่งในการปฏิบัติธรรม ภายในวัดจะมีปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อชื่อดังไว้หลายรูป แจกันจีนโบรราณใบใหญ่หลายสิบใบ หยกที่แกะสลักเป็นพระพุทธรูป ต้นไม้มงคล และอื่นๆอีกมากมายที่พุทธศาสนิกชนนำมาถวายให้ทางวัด เก็บรักษาให้ลูกหลานดูสืบต่อไป
        
เมื่อท่านดินทางมาเที่ยวที่วัดเขาสุกิม บริเวณวัดจะสงบร่มเย็น ด้วยต้นไม้ และสระน้ำขนาดใหญ่ มีปลา เต่า และ ตะพาบน้ำขนาดใหญ่ที่ว่ายอยู่ในสระน้ำ เดินมาอีกนิดต้องอดยกมือยกมือไหว้พระหยกขาวองค์ใหญ่นับสิบองค์ที่เรียงรายอยู่ก่อนถึงบันไดวัด บันไดของวัดมีมากกว่า 200 กว่าขั้น เพื่อทดสอบท่านที่มากราบไหว้หลวงพ่อสมชาย หรือ เที่ยวชมวัด แต่ไม่ต้องกลัวทางวัดมีรถกระเช้าหรือรถรางไว้สำหรับผู้ที่ไม่นิยมการขึ้นลงบันไดสูงๆ

   

คุ้งวิมาน เป็นทะเลน้ำลึก ที่ฝั่งทะเลจะลึกเป็นแอ่งก้นกะทะ ฝั่งชายหาดเป็นหินก้อนเล็กบ้าง ก้อนใหญ่บ้างไม่เป็นหาดทรายสีขาวสะอาดตาเหมือนหาดเจ้าหลาว แต่มีความงามไม่แพ้หาดเจ้าหลาวเลยทีเดียว ส่วนมากจะนิยมไปดูพระอาทิตย์ตกที่คุ้งวิมานแห่งนี้ บนเขาจะมีถนนเรียบเขาและฝั่งทะเลไปตลอดแนว บนเขาจะมีรูปปั้นพระสังกระจายองค์ใหญ่ให้ผู้คนผ่านไปผ่านมากราบไหว้ และจุดชมวิวที่มองเห็นทะเลและฝั่งทะเลที่สวยงามราวกับภาพวาด
       เมื่อก่อนคุ้งวิมานแห่งนี้ยังไม่มีชื่อ และไม่มีคนรู้จัก พ่อค้าชาวจีนแล่นเรือสำเภาจะไปค้าขายเกิดพายุลมแรงพัดเรือล่ม พ่อค้าชาวจีนและครอบครัวรอดชีวิต แต่ต้องลอยอยู่ในทะเลเป็นอาทิตย์ กว่าจะมาพบฝั่งแห่งนี้ พ่อค้าชาวจีนเลยตั้งชื่ออ่าวแห่งนี้ว่า อ่าววิมาน ต่อมาเปลี่ยนเป็น คุ้งวิมาน
   
หาดเจ้าหลาว อยู่ในเขตอำเภอท่าใหม่ เป็นหาดทรายที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์หลายครอบครัวมักพาลูกหลานมาเที่ยวพักผ่อน ตั้งแคมป์ที่หาดเจ้าหลาวแห่งนี้เป็นจำนวนมาก หาดทรายและทะเลยังคงสภาพที่สวยงามสะอาดตา
       หากท่านที่แวะมาท่องเที่ยวในหาดเจ้าหลาวแล้วอยากจะพักค้างคืน มีบริการด้านที่พักให้ บรรยากาศดี ติดริมทะเล ราคาเป็นกันเองไม่แพงอย่างที่คิด และอาหารทะเลที่สดๆจากทะเล การเดินทางสะดวกสบายอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 20 กิโลเมตร มีรถสองแถว จันทบุรี-เจ้าหลาววิ่งทุกวัน หรือจะนั่งรถส่วนตัวมาเองก็ใช้เวลาเดินทางไม่มาก
 

อ่าวคุ้งกระเบน เป็นหาดต่อเนื่องกับแหลมเสด็จ มีหาดทรายที่ขาวสะอาดตา บรรยากาศร่มรื่น พื้นที่ภายในอ่าวมีลักษณะเป็นชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารและที่เพาะพันธุ์ของบรรดาสัตว์น้ำเล็ก ๆ ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา นอกจากนี้ในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ยังเป็นที่ตั้งของ " ศูนย์การศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ " ซึ่งมีหน้าที่ศึกษาและค้นคว้าและวิจัย เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี

- สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ห่างจาก อ.ท่าใหม่ 23 กม. สร้างขึ้นด้วยไม้ตะเคียนทอง (Hopea odorata) มีระยะทางยาว 1600 เมตร ทอดผ่านป่าชายเลนที่อุดมไปด้วยพันธุ์ไม้และสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ตลอดเส้นทางทั้งสองข้างทางจะมีป้ายสื่อความหมายที่ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของป่าชายเลนที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 - 18.00 น. การเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้าที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โทร . (039) 369 - 216 - 8 โทรสาร. (039) 369 - 219

 
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ ครอบคลุมพื้นที่ อ.มะขาม และกิ่ง อ.เขาคิชฌกูฎ อุทยานแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรีสภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายาก คือ กฤษณา และเนื่องจากเป็นป่าที่อยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน จึงมีสัตว์ป่าและนกชนิดต่าง ๆ ชุกชุมสถานที่ที่หน้าสนใจในบริเวณอุทยานฯ ได้แก่

- น้ำตกกระทิง มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาคิชกูฎ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสูง 13 ชั้น แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 20 เมตร และมีความงามแตกต่างกัน มีแอ่งน้ำใสสะอาด เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ ระหว่างทางจะผ่านป่าไผ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด

- รอยพระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาพระบาท ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎมีจุดเริ่มต้นเดินทางจากวัดพลวงไปตามถนนลูกรังที่ลาดชันมาก เป็นระยะทางประมาณ 8 กม. จากนั้นต้องเดินขึ้นไปบนเขาอีกประมาณ 1.2 กม. ในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี จะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืนเป็นจำนวนมาก มีบริการรถสองแถวจากวัดพลวง - จุดสิ้นสุดทางรถ

   
หาดแหลมสิงห์ ตั้งอยู่ที่ ต. ปากน้ำแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 กม. เป็นชายหาดปากอ่าวที่แม่น้ำจันทบุรีไหลมาออกอ่าวไทย ร่มรื่นไปด้วยทิวสนยาวไปตามแนวชายหาดมีที่นั่งพักผ่อน พร้อมทั้งร้านจำหน่ายอาหารตั้งเรียงรายอยู่ริมหาด และมีบริการด้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวจากบริเวณริมหาด มองออกไปจะเห็นเกาะจุฬาและเขาแหลมสิงห์อยู่เบื้องหน้า
 

คุกขี้ไก่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 เมื่อครั้งฝรั่งเศสเข้ายึดเมืองจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่ขึ้น เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 7 เมตร

ตึกแดง ตั้งอยู่บน ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ บริเวณท่าเรือแหลมสิงห์ ใกล้กับคุกขี้ไก่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 พร้อมกับคุกขี้ไก่ เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตร ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้ายึดเมือง จันทบุรี ก็ได้รื้อป้อมแห่งนี้ลง และสร้างตึกแดงขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักและกองบัญชาการทหารฝรั่งเศสมีลักษณะเป็นตึกชั้นเดียว ทาสีแดง หลังคามุงกระเบื้อง

 

โอเอซีส ซีเวิลด์ เป็นฟาร์มปลาโลมาที่ใหญ่ไม่แพ้ที่ใดเช่นกัน อยู่ในเขตอำเภอแหลมสิงห์ ในฟาร์มจะมีปลาโลมาน้อยใหญ่มีการแสดงความสามารถของปลาโลมาในแบบต่างๆทั้งการเต้นระบำตามเสียงเพลง การกระโดดห่วงโลดโผน การทักทายผู้ที่มาเยือน นับว่าเป็นความน่ารักอีกแบบหนึ่งที่ท่านไม่อาจลืมในการแสดงโชว์ของปลาโลมาเหล่านี้
       
ตั้งอยู่ที่ ต.ปากน้ำ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 25 กม. บนพื้นที่กว่า 68 ไร่ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรี ซึ่ง มีอยู่ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์หัวบาตร และพันธุ์หัวขวด มีสวนผีเสื้อที่มีอยู่หลากหลายชนิด โดยมีวงจรในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติให้นัดท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังมีที่พัก ไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

 
ศูนย์วิจัยพืชสวน จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ต.พลิ้ว บน ถ.สุขุมวิท ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 21 กม. มีเนื้อที่ 280 ไร่ ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการค้นคว้าวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาพืชสวน เศรษฐกิจที่สำคัญในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก ภายในมีแปลงทดลองปลูกพืชสวนชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพร ซึ่งทางศูนย์ยินดีที่จะเผยแพร่งานเหล่านี้ให้แก่ทุกท่าน เปิดบริการทุกวัน โทร. (039) 397-030, 397-146
   
น้ำตกพลิ้ว อยู่ไม่ห่างจากริมกรีนเท่าไรนัก น้ำตกพลิ้วอยู่ในเขตอำเภอขลุง ที่จอดรถสะดวกสบาย เสียค่าเข้าในอัตราที่ถูก ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กและนักเรียนนักศึกษา 10 บาท
       น้ำตกพลิ้ว นอกจากมีความสวยงามแล้วยังมีป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สายน้ำที่เย็นชื่นใจ ฝูงปลาพลวงที่แหวกว่ายท้าทายสายตาของผู้ที่มาเที่ยวนับพันๆตัว นอกจากนี้ที่น้ำตกพริ้วยังมีเจดีย์ของพระนางเรือล่ม ที่เป็นที่เคารพของคนจันทบุรีมาเนิ่นนานแล้ว เจดีย์ของพระนางเป็นรูปสามเหลี่ยมทรงปิรมิตรที่ ร 5. ทรงให้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์ความรักของพระองค์ทั้งสอง
   

น้ำตกสอยดาว อยู่ในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ซึ่งปกติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะเป็นที่สงวนไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว แต่ในส่วนของพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวมีพื้นที่อนุโลมให้ท่องเที่ยวอยู่บ้าง คือในส่วนของน้ำตกสอยดาว
       น้ำตกสอยดาวได้ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก เพราะมีความสูงมาก จำนวนชั้นถึง 16 ชั้นทีเดียว ชั้นที่สวยที่สุดจะเป็นชั้นที่ 9 และ 10 โดยลักษณะน้ำตกจะเป็นน้ำที่ทิ้งสายลงมาซึ่งจะมีความสวยงามมาก
อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ซึ่งตั้งอยู่ก่อนถึง อ.สอยดาว 2 กม. บนทางหลวงหมายเลข 317 สภาพภูมิประเทศโดยรอบเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาสูงสุด คือ ยอดเขาสอยดาวใต้ สูง 1,675 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปกคลุมด้วยป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่มีสมุนไพรหลายชนิดขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นน้ำตกด้วยตนเองถึงชั้นที่ 9 ระยะทาง 2.5 กม. ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 1 ชม. 30 นาที ส่วนชั้นที่ 10 - 16 ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ใช้เวลาเดินอีก 1 ชม. นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ติดต่อที่พักและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โทร. 0-2579-9776

 
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี 41 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000
โทรศัพท์ (039) 471050,(039) 471681, (039) 319111 ต่อ 7110,7111   โทรสาร (039)471051