เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ณ ศาลาเรียนรู้นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ในพื้นที่ป่าชุมชนเขากะชู้ ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด นายภานุวัฒน์ พุทธเกสร นายอำเภอบ่อไร่ มาเป็นประธานในพิธีทำบุญและเปิดศาลาเรียนรู้ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์วารินทร์ สุภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และมีผู้นำชุมชน ชาวบ้าน มาร่วมทำบุญกันจำนวนหนึ่ง ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด 19 อย่างเข้มงวด ภายในงานนอกจากจะมีการทำบุญเลี้ยงพระเพื่อเปิดศาลาเรียนรู้นิเวศพิพิธภัณฑ์ชองแล้ว ยังเป็นเวทีนำเสนอผลการศึกษาวิจัย การแปรรูปผลระกำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จำนวน 11 ชนิด อาทิ น้ำพริกระกำ ระกำผง น้ำระดำเข้มข้น ระกำดองเกลือ ระกำสามรส เป็นต้น ซึ่งเป็นผลการศึกษาของสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ร่วมมือกับ สำนักศิลปวัฒนธรรมฯ เพื่อเป็นการพัฒนาโจทย์ และหาแนวทางแปรรูประกำ ให้สามารถมีใช้นอกฤดูกาล และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับระกำ นำมาสู่การสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน ที่สำคัญหากสามารถพัฒนาได้สำเร็จ จะทำให้เกิดกิจกรรมอาชีพให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลช้างทูน และในพื้นที่ก็ยังมีระกำป่า ที่สามารถหาเก็บได้ในพื้นที่ป่าชุมชน ที่ยังอุดมสมบูรณ์ สำหรับการพัฒนานวัตกรรมระกำ 11 ชนิดนี้ เป็นผลการศึกษาวิจัยของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการค้นคิด พัฒนา ซึ่งจะต้องมีการนำไปศึกษาในกระบวนการเก็บรักษา แบะตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งจะร่วมมือกับสาขาวิชาชีววิทยา ในการศึกษาในขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาระกำแปรรูปนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน และผู้นำชุมชน รวมถึงชาวบ้าน ที่ต้องการยกระดับให้เป็นจริง และพร้อมขับเคลื่อนให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืน
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
สำนักศิลวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน จับมือ คหกรรมศาสตร์ รำไพพรรณี นำระกำขึ้นชื่อเมืองตราด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ 11 ชนิด เพื่อยกระดับภูมิปัญญาชุมชนสู่เศรษฐกิจชุมชน พร้อมเปิดศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์ชอง ที่ช้างทูน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และภูมิปัญญาสมุนไพร
ประกาศเมื่อวันที่ : 24 มิถุนายน 2564
แหล่งข่าวจากหน่วยงาน : -