มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี ขับเคลื่อนการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้แก่ทุเรียน "หมอนทองจันท์" มุ่งคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นและสร้างมาตรฐานความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากและขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก
วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้การต้อนรับ นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ในโอกาสให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรมชี้แจงการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สำหรับสินค้า "หมอนทองจันท์" โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมระดมความคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง
กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรวบรวมข้อมูลอัตลักษณ์และความโดดเด่นของทุเรียนหมอนทองจันทบุรีจากผู้ที่มีองค์ความรู้ในพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งระบบ GI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนยันคุณภาพและแหล่งกำเนิดที่ชัดเจน ช่วยป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ระบุถึงทิศทางการดำเนินงานว่า ทุเรียนหมอนทองจันท์เป็นสินค้าเกษตรที่มีชื่อเสียงระดับโลก การผลักดันให้ขึ้นทะเบียน GI จึงไม่ได้เป็นเพียงการคุ้มครองสิทธิของชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษามาตรฐานทางกายภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่จันทบุรี ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถทำตลาดในเชิงคุณภาพที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ผลกระทบเชิงบวกจากการจัดกิจกรรมนี้ คือการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษาและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวิชาการในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการจดทะเบียน ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองราคามากขึ้นจากตรารับรองมาตรฐานที่เป็นสากล และช่วยรักษาสายพันธุ์ทุเรียนที่เป็นมรดกทางเกษตรกรรมของจังหวัดให้คงอยู่สืบไป
บทสรุปของการร่วมมือในครั้งนี้ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีในการเป็น "สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น" ที่นำองค์ความรู้มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ การสนับสนุนการจดทะเบียน GI หมอนทองจันท์ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ฟันเฟืองทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของจังหวัดจันทบุรี นำไปสู่การเติบโตที่สมดุลระหว่างนวัตกรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิม
